1675399154788

ทีม Maserati MSG Racing ก้าวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่อันน่าตื่นเต้นที่ เมืองเม็กซิโกอย่างมีสไตล์ ประเดิมสนามแรกกับรถแข่ง Gen3 ในรายการ Formula E


การแข่งขัน Mexico City E-Prix ในประเทศเม็กซิโก ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2016 เป็นสนามแข่งขันที่เหมาะกับรถแข่ง Formula E 1 ที่นั่ง ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 

1675399154709

สำหรับการแข่งขัน Mexico City E-Prix ในปีนี้ ทีม Maserati MSG Racing ก้าวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ และประเดิมสนามแรกในรอบ 12 ปี กับรถแข่ง Gen3 ที่เมืองเม็กซิโก แต่กลับพลาดตำแหน่งท็อปเทนไปอย่างเฉียดฉิว จากการแข่งขันที่สนาม Autódromo Hermanos Rodríguez

1675399154824

ระหว่างการแข่งขันอันน่าตื่นเต้น นักแข่ง Edoardo Mortara และ Maximilian Günther ได้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์มากมายในสนามเปิดฤดูกาลครั้งที่ 9 และนักแข่งทั้ง 2 คน ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านความเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับผลการทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาล

1675399154571

สำหรับความท้าทายในรอบควอลิฟาย คือ นักแข่งทั้ง 2 คน ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ Duel ได้ ทำให้ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากโดยเริ่มต้นการแข่งขันจากอันดับที่ 16 และอันดับที่ 17

1675399154869

Edoardo สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 15 ในรอบแรกด้วยการแซงหน้า René Rast จากทีม McLaren ทว่า การแข่งขันก็ต้องชะงัก หลังอุบัติเหตุรถ Robin Frijns ทำให้เซฟตี้คาร์ต้องออกมา

1675399154751

การแข่งดำเนินต่อในรอบที่ 5 แต่ก็หยุดลงอีกครั้ง เมื่อรถแข่งของ Sam Bird จากทีม Jaguar จอดเสียบนแทร็ก โดยธงเขียวได้โบกสะบัดอีกครั้งในรอบที่ 9

Edoardo และ Maximilian สามารถขึ้นนำ Dan Ticktum ได้หลังจากรีสตาร์ต โดยที่ Maximillian สามารถแซง Rast ที่ใช้ Attack Mode ขึ้นมาเป็นที่ 15

รอบที่ 18 รถแข่งของ Edoardo เกิดอาการอันเดอร์สเตียร์จนได้รับอุบัติเหตุ และออกจากการแข่งขัน ทีมจึงเหลือเพียง Maximilian คนเดียวที่ยังวิ่งอยู่จนจบการแข่ง

การใช้ Attack Mode ในช่วงท้าย ส่งผลให้นักแข่งชาวเยอรมันแซงหน้า Jean-Éric Vergne จากทีม DS Penske ในรอบสุดท้าย ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 11 พลาดคะแนนสะสมไปอย่างเฉียดฉิว

ฤดูกาลที่ 9 ของ Formula E จะแข่งสนามถัดไปในวันที่ 27 และ วันที่ 28 มกราคม โดยแบ่งการแข่งเป็น 2 สนาม ณ Riyadh Street Circuit ในเมือง Diriyah ซึ่งเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก 

บทสัมภาษณ์

James Rossiter หัวหน้าทีม Maserati MSG Racing กล่าวว่า

“สำหรับผมถือว่าเป็นวันที่ไม่ง่ายนัก แต่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตคุณจะได้เรียนรู้อย่างมากจากวันอันเลวร้ายเหล่านี้ ในรอบควอลิฟายไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ทำให้เราต้องตกที่นั่งลำบาก แต่ในรอบการแข่งขันสุดท้ายพวกเรากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เมื่อ Maximilian สามารถเร่งความเร็วจากอันดับที่ 17 ขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 11 ได้อย่างสวยงาม ส่วน Edoardo สามารถดึงศักยภาพออกมาแต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและน่าเสียดายเพราะการแข่งขันของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นพวกเราจึงมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้และมีข้อมูลที่เราต้องดำเนินการต่อในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อที่จะได้อยู่ในอันดับการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นสำหรับสนามถัดไปในเมือง Diriyah”

Edoardo Mortara นักแข่งทีม Maserati MSG Racing กล่าวว่า

“สัปดาห์นี้ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา เทียบกับความเร็วที่ทำไว้ในเมืองบาเลนเซีย มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะปรับตัวให้เข้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มแข่งได้เพียงหนึ่งรอบ ผมพยายามไต่อันดับขึ้นมา แต่ก็เกิดอุบัติเหตุในที่สุด และผมคิดว่าเรายังอยู่ในอันดับที่ดีโดยเฉพาะเรื่องของความเร็วและแรงกำลังนอกจากนี้ความสมดุลของยางก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผมเช่นกัน การหมุนของรถที่เกิดจากอาการอันเดอร์สเตียร์ ทำให้รถของผมเกิดอุบัติเหตุบริเวณโค้งที่หนึ่ง โดยรวมยังนับว่ามีข้อดีอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามพวกเราจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะกลับมาอีกครั้งที่เมือง Diriyah” 

Maximilian Günther นักแข่งทีม Maserati MSG Racing กล่าวว่า

“สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาอันยากลำบากสำหรับทีม การที่สนามแข่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก ทำให้ยากต่อการรักษาอุณหภูมิยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อความเร็วของรถแข่งในรอบควอลิฟาย การแข่งขันในรอบหลังความเร็วดีขึ้น สมรรถนะ และกลยุทธ์พิสูจน์ให้เห็นว่าเรายังสามารถแข่งต่อได้ และผมสามารถเลื่อนอันดับขึ้นไปได้หลายครั้ง แต่โชคร้ายที่ผมไม่สามารถขึ้นไปถึงอันดับที่ 10 สุดสัปดาห์นี้พวกเราได้รับข้อมูลมากมายและตอนนี้พวกเราจะมุ่งตรวจสอบสมรรถนะ ให้ความสนใจกับความก้าวหน้า และจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในสนาม Riyadh”

Giovanni Sgro หัวหน้าทีม Maserati Corse กล่าวว่า

“มาเซราติกลับเข้าสู่สนามแข่งขันอีกครั้ง  และผลของการแข่งขันไม่ใด้เป็นตามที่เราคาดหวังไว้ แต่มาเซราติทำให้การแข่งขัน Mexico City E-Prix เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าตื่นเต้นและน่าจดจำสำหรับพวกเรา สำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตพวกเราไม่สามารถคาดเดาได้ แต่อันดับแรกพวกเรารู้สึกโล่งใจที่ Edoardo ปลอดภัย และทำให้เห็นถึงการแข่งขันอันดุเดือดของ Maximilian ในการต่อสู้เพื่อเลื่อนอันดับการแข่งขันจากอันดับที่ 17 จนจบที่อันดับ 11 สนามแรกในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ให้เราเรียนรู้ได้อย่างยอดเยี่ยม และตอนนี้พวกเราสนใจและมุ่งมั่นให้กับการแข่งขันที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย”

ประกัน ช่วยได้ | รับประกันโดย บริษัท ชับบ์ ไลฟ์ แอสชัวรันซ์ จำกัด (มหาชน)

สรุปผลการแข่งขัน 

นักแข่ง Edoardo Mortara

รอบฝึกซ้อมครั้งที่ 1 // อันดับที่ 6

รอบฝึกซ้อมครั้งที่ 2 // อันดับที่ 9

รอบควอลิฟาย // อันดับที่ 16 [1 นาที 13.618 วินาที กลุ่ม B]

รอบแข่งขัน // ไม่จบการแข่งขัน

ลำดับการแซง // ไม่มี

เวลาต่อรอบเร็วที่สุด // 1 นาที 14.648 วินาที

อันดับในตารางแชมเปียนชิป // อันดับที่ 19 [0 คะแนน]

นักแข่ง Maximilian Günther

รอบฝึกซ้อมครั้งที่ 1 // อันดับที่ 10

รอบฝึกซ้อมครั้งที่ 2 // อันดับที่ 16

รอบควอลิฟาย // อันดับที่ 17 [1 นาที 13.742 วินาที กลุ่ม A]

รอบแข่งขัน // จบที่อันดับ 11

ลำดับการแซง // +6 (จากอันดับที่ 17 สู่อันดับที่ 11)

เวลาต่อรอบเร็วที่สุด // 1 นาที 14.754 วินาที

อันดับในตารางแชมเปียนชิป // อันดับที่ 11 [0 คะแนน]

ทีม Maserati MSG Racing

อันดับในตารางแชมเปียนชิป // อันดับที่ 8 [0 คะแนน]

เกี่ยวกับทีม Maserati MSG Racing 

Maserati MSG Racing เป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งการแข่งขัน FIA Formula E World Championship และในเดือนธันวาคม 2013 ได้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่เข้าร่วมมอเตอร์สปอร์ตในหมวดยานยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ ด้วยการเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมเพียงไม่กี่ทีมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลในปี 2014 และ 2015 ในปี 2021 ทีม MSG Racing สร้างจุดแข็งของตัวเองอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จที่สุดในปี 2022 เนื่องจาก Edoardo Mortara สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับแชมป์โลกก่อนจบฤดูกาล และได้ฉายาทีมรองอันดับแชมป์โลกมาครองในที่สุด

ทีม Monegasque marque นำโดยประธานและหุ้นส่วนผู้จัดการ Scott Swid และ หัวหน้าทีม James Rossiter เป็นทีมที่มีความหลากหลายทางเพศมากที่สุดในการแข่งขันรายการ Formula E และอยู่แถวหน้าในวงการความยั่งยืน, วงการเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (EDI) และวงการจัดการความเป็นเลิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี สำหรับข้อมูลสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ สื่อและเนื้อหาที่ถูกลิขสิทธิ์สามารถลงทะเบียนได้ ที่นี่

เกี่ยวกับ มาเซราติ เอส.พี.เอ.

มาเซราติ คือ ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยสไตล์, เทคโนโลยีล้ำสมัย และตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร สะท้อนความเฉลียวฉลาด รสนิยมอันลุ่มลึก สะท้อนมาตรฐานแห่งการเป็นยนตรกรรมระดับโลก และด้วยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ในแต่ละเซกเมนต์ มาเซราติ ได้กำหนดนิยามใหม่ ให้กับรถสปอร์ตของอิตาลี ในแง่ของการออกแบบ, ประสิทธิภาพ, ความสะดวกสบาย, ความสง่างาม และความปลอดภัย ปัจจุบันมีจำหน่ายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroporte) นับเป็นยนตรกรรมเรือธงของค่ายตรีศูล สมทบด้วยรุ่นกิบลี่ (Ghibli), เลอวานเต้ (Levante) เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และ เกรคาเล่ (Grecale) ซึ่งเป็นเอสยูวีที่มาพร้อมแนวคิด ‘Everyday Exceptional’ ทุกรุ่นต่างโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณภาพชั้นสูง และการออกแบบทางเทคนิคอันยอดเยี่ยม มาเซราติ กิบลี่, เลอวานเต้ และเกรคาเล่ มีหลายทางเลือกขุมพลัง อาทิ เบนซินไฮบริด 4 สูบ, เบนซิน วี 6 สูบ ไปจนถึงเบนซิน วี 8 สูบ ทั้งในแบบขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลิ่อน 4 ล้อ โดยมาพร้อมดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของยนตรกรรมค่ายตรีศูล ขณะที่รุ่นสูงสุด คือ ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เอ็มซี 20 (MC20) และ เอ็มซี20 แชร์โล (Cielo) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เน็ททูโน (Nettuno) ที่ได้นำเทคโนโลยีจากรถแข่งฟอร์มูลาวัน มาใช้กับยนตรกรรมในสายการผลิตเป็นครั้งแรก มาเซราติ กรันทูริสโม โฉมใหม่ มีจำหน่ายทั้งรูปแบบเครื่องยนต์เบนซินสมรรถนะสูง และแบบไฟฟ้าล้วน เพื่อพัฒนายนตรกรรมค่ายตรีศูลไปสู่อนาคต โดยมี มาเซราติ โฟลกอเร เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าในปี 2025 รถยนต์ มาเซราติ ทุกสายพันธุ์จะมีรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นทางเลือก และ มาเซราติ ทุกรุ่น จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2030