CPL PUMA

CPL ปลื้มหลังแบรนด์ PUMA เลือกให้ร่วมพัฒนาหนังย่อยสลายเองได้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาวัตถุดิบเพื่อความยั่งยืน สอดรับเทรนด์รักษ์โลก


CPL ยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมฟอกหนัง หลังได้รับเชิญจากแบรนด์ PUMA ให้เป็นบริษัทเดียวในไทยที่ร่วมพัฒนาหนังฟอกตบแต่งสำเร็จรูปสำหรับรองเท้าที่ย่อยสลายเองได้ พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์กระแสยั่งยืน สอดรับกับการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ขยายสู่ BGC เพื่อสร้างการเติบโต ระบุแม้เผชิญกับปัจจัยไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลกและการส่งออกที่ชะลอตัว แต่รูปแบบของความต้องการของลูกค้าระดับโกลบอลมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ขณะที่บริษัทฯ มีเทคโนโลยีที่รองรับความต้องการได้ จะช่วยสร้างโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่

นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้นำในอุตสาหกรรมฟอกหนังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า CPL เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับเลือกจากผู้ผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก “พูม่า” (PUMA ) ให้ร่วมพัฒนาหนังฟอกตบแต่งสำเร็จรูปสำหรับรองเท้าที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable leather) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ผู้ผลิตต้องพัฒนานวัตกรรมสำหรับผลิตวัตถุดิบเพื่อตอบสนองนโยบายความยั่งยืน

“เราได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังแนวทางของแบรนด์ PUMA ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี เมื่อเร็วๆ นี้ โดยหลังจากนี้ CPL จะเน้นการวิจัยและพัฒนาหนังฟอกตบแต่งสำเร็จรูปสำหรับรองเท้าที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตวัตถุดิบตามการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเรามีความมั่นใจว่า เรามีความสามารถด้านเทคโนโลยีที่สามารถผลิตวัตถุดิบที่รองรับกับความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมรองเท้าระดับโลกได้ และจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าว

ที่ผ่านมา CPL ให้ความสำคัญกับการเดินหน้าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน โดยได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ ด้วยการเพิ่มธุรกิจ “บีซีจี” (BCG : Bio-Circular-Green Economy) รวมถึงธุรกิจด้านเทคโนโลยี และแฟชั่น จากเดิมที่มี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจฟอกหนังสำเร็จรูป ธุรกิจผลิตหนังฟอกตบแต่ง และธุรกิจป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) เพื่อสร้างและขยายการเติบโต (Expand) และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้มีความหลากหลาย (Diversify) โดยเฉพาะธุรกิจ BCG และเทคโนโลยี จะเป็น New-Era ที่เป็นความท้าทายใหม่ของบริษัทฯ



สำหรับธุรกิจผลิตภัณฑ์หนัง บริษัทฯ ได้เพิ่มสินค้าในกลุ่ม Bio-TAN Leather ที่มีกระบวนการจัดซื้อเคมีภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ตลอดจนกระบวนการผลิต เพื่อลดมลภาวะที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขยายสู่ตลาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีการลงทุนด้านพลังงานสะอาดประเภทต่าง เช่น Solar Roof และ “ไบโอแก๊ส” (Bio Gas) เพิ่มขึ้น ตามข้อกำหนดของคู่ค้า และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของทางบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ CPL ได้ร่วมลงทุนถือหุ้นในบริษัท นาว เอนด์ออฟเวสท์ จำกัด ผ่านบริษัทย่อยในสัดส่วน 50% เพื่อพัฒนาและผลิตเครื่องย่อยเศษอาหารภายใต้แบรนด์ “นาว” (NOW) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่อิงกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีโอกาสเติบโตได้อย่างมีศักยภาพในอนาคต 

“การที่ CPL ได้รับเลือกจากโกลบอลแบรนด์ PUMA ให้ร่วมพัฒนาหนังฟอกตบแต่งสำเร็จรูปสำหรับรองเท้าที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ  ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเรา ที่ทำให้ CPL ยังรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมฟอกหนังและผลิตหนังฟอกตบแต่งสำเร็จรูปต่อไป ท่ามกลางปัจจัยที่บริษัทฯ ต้องเผชิญในปีนี้ ทั้งการส่งออกที่ชะลอตัว รวมถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน แต่การที่ลูกค้าโกลบอลแบรนด์หลายๆ ราย มีความต้องการสินค้าเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ขณะที่ CPL มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับ จึงถือเป็นโอกาสดีของบริษัทฯ ที่จะยังคงรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นในอนาคต” นายภูวสิษฏ์กล่าว

เกี่ยวกับ ซีพีแอล กรุ๊ป

CPL เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิเช่น อาดิดาส (ADIDAS), ลาคอสต์ (LACOSTE), ทิมเบอร์แลนด์ (TIMBERLAND), ดร.มาร์ติน (Dr.Martens),  พูม่า (PUMA) และอื่นๆ ที่สั่งซื้อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้ากีฬา และรองเท้าลำลอง ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปของบริษัทฯ อยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน คิดเป็นการใช้กำลังการผลิตราว 85% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นฐานการผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ได้แก่ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” และสินค้าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ-จัดซื้อภายในประเทศ รวมทั้งเป็นสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังถือหุ้นในบริษัท     ซีพีแอล เวนเจอร์ พลัส จำกัด (CPLV) ในสัดส่วน 99.97% เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สร้างการเติบโตแบบ New S-Curve อีกด้วย